GhostHouse

คฤหาสน์วิญญาณหลอน [11]

posted on 08 Jun 2009 21:37 by alkazia  in GhostHouse

ลิงก์ตอนที่ 10 รื้อได้ตามสบายค่า

 

คฤหาสน์วิญญาณหลอน
บทที่ 3 ฉาก 2 ตอน 2

 

ทำไมร่างกายถึงขยับเขยื้อนยากอย่างนี้นะ... นี่เขาเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย ร่างกายตัวเองอย่างกับก้อนหิน หนักชา ขยับไม่ได้ แล้วนี่... เขากำลังอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย? รอบด้านมืดไปหมด แต่ก็มีหมอกควันสีขาวจางๆ สถานที่แห่งนี้เหมือนป่าช้า ทั้งอย่างนั้น... ที่นี่ก็ไม่ใช่ป่าช้า ที่ไหนกัน ที่นี่...

“เจ้า... ไม่ใช่ของที่ควรจะมาอยู่ที่นี่”
เสียงชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เขาพยายามจะจ้องมอง แต่กลับไม่รู้ว่าดวงตาของตัวเองอยู่ที่ไหน เหมือนกับเขาไม่มีดวงตา... ทว่า หากไม่ดวงตาแล้ว ทำไมเขาถึงมองเห็นชายคนนั้นโดยที่เขา
ไม่มีดวงตาได้ล่ะนี่

“มีบุญอยู่ แต่ก็มีกรรมเยอะ สถานที่แห่งนี้มีอาถรรพณ์ดึงดูดวิญญาณที่วนเวียน
เจ้าเองก็คงหลงเข้ามา” ชายคนนั้นเอ่ยต่อเขา

มีบุญอยู่ แต่ก็มีกรรมเยอะ.... ‘กรรม’ ทำไมชายผู้นี้ถึงรู้ได้ กรรม เขากระทำสิ่งนั้นมามากมายจริงๆ เขาคร่าชีวิตคน สร้างเหตุให้ผู้คนต้องฆ่าฟัน ทำให้ประเทศพังพินาศ กรรม เพราะอย่างนั้นสินะ ร่างเขาจึงหนักอึ้งราวก้อนหิน ขยับไม่ได้อยู่อย่างนี้

คนคนนี้...บางทีอาจเป็นผู้รู้กรรมคน ถ้าเขาขอร้อง อาจจะช่วยเหลือเขาให้พ้นทุกข์ได้ แต่ปากของเขาอยู่ที่ใดเล่า อยากจะเปล่งเสียงเอ่ยวาจา แต่กลับไม่มีปากให้เอ่ยกล่าววจี

“เจ้าไม่ต้องพูด แค่คิดข้าก็รู้” ชายคนนั้นเอ่ย

‘ท่านรู้? รู้จิตของข้า รู้ความคิดของข้าที่มิอาจกล่าววาจาได้ ท่านคือใครกัน พระ...? นักพรต?’
เขาถาม... หากก็เป็นเพียงคำถามที่คิดอยู่ในใจ

“มิใช่ทั้งสอง ข้าเป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่งที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้” ชายคนนั้นกล่าวตอบ
แม้ไร้สิ้นดวงตา อาจทำได้ในดวงจิต กระนั้น เขาก็พยายามมองชายที่ไม่ใช่ทั้งพระและนักพรตผู้นั้น ชายคนนั้นผิวสองสี อายุวัยผู้ใหญ่ ดูมิชรามากนัก คนคนนั้นกำลังก้มลง จ้องมองดูเขาด้วยแววตาพินิจ

“ณ อดีตกาล เจ้าเองก็เคยช่วยเหลือผู้คน สร้างคุณความดีแก่ประเทศไว้มากมาย เสียดาย...มิน่าหลงเดินทางผิดในบั้นปลายชีวิตเช่นนั้น” ชายผิวสองสีกล่าว โครงหน้าได้รูปก้มลง ส่ายไปเชื่องช้า

‘โปรดช่วยข้า...’ เขาร้องขอต่อชายผู้นั้น

“บุญต่อบุญ กรรมต่อกรรม ผลบุญที่เจ้าทำไว้ สักวันหนึ่งจักต้องได้รับ หากยามนี้...กรรมเจ้าหนักหนานัก จงจำทนทรมาน ชดใช้ในผลกรรมของเจ้าต่อไปเถิด”

‘ช่วยข้าเถิด ท่านผู้มีบุญ โปรดช่วยข้า’ เขาพยายามขอร้องต่อไป

“ข้าช่วยเจ้าให้หลุดพ้นในผลแห่งการกระทำของตัวเจ้าเองมิได้หรอก ผู้สร้างกรรมเท่านั้นที่จะช่วยตนเองให้หลุดพ้นจากกรรมอันตนกระทำได้” ชายคนนั้นชี้แนะ

‘ข้าควรทำเช่นไร โปรดชี้แนะ’

ฟังคำร้องของ ‘สิ่งนั้น’ บุรุษผู้ถูกเรียก ‘ท่านผู้มีบุญ’ กลับนิ่งเงียบลง สีหน้าอารีแปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด
ชายผู้มีร่างด้วยศิลาผู้นี้ แม้อดีตเขาจะสร้างบุญไว้มากมาย แต่ผลบุญของบุคคลมิอาจลบล้างกระทำต่อบาปได้ กรรม... คือผลของการกระทำ หากต้องการลบล้างต่อผลแห่งการกระทำของตนเองที่มิอาจเป็นไปได้แล้วไซร้ วิธีทางคงมีเพียงกระทำการชดใช้ในสิ่งอันกรรมนั้นนำพา

ดวงตาคมเข้มของผู้มีอายุมองร่างศิลาก้อนใหญ่ที่ปรากฏวางอยู่ในสถานที่...
ในสวนของตนเองด้วยนัยน์ตาครุ่นคิด และเพียงชั่วครู่...

“เจ้าทำให้ประเทศล่มสลาย เจ้านำพาปิศาจ ความหลงใหล ความหลงผิด มาสู่จิตใจของผู้คน หากเจ้าจักชดใช้กรรมนั้น เจ้าจำต้องอุทิศร่างและวิญญาณเพื่อสังหารปิศาจ สังหารจิตชั่วร้ายต่างๆ ทั้งสิ้นทั้งมวลที่นำพาผู้คนสู่ความลุ่มหลง เจ้าจักอุทิศตนเช่นนั้นได้หรือไม่”

 

 



 

......................._______________________________________________comment