สงครามจันทรา:Zefeilist Zarviiolar [2]
posted on 08 Jun 2009 00:10 by alkazia in Zefeilist
บทที่ 1 ฉาก 2
สายพิรุณโปรยปรายจากฟากฟ้า หากรอบกายยังราวกับเงียบสงบ ไร้เสียงฟ้าร้อง ไร้แม้เสียงสายฝนพร่ำ กระดาษแผ่นสีทองบนพื้นหญ้าซึมซับหยาดน้ำฝนจนเปียกชุ่ม หญิงสาวในชุดขาวพิสุทธิ์ค่อยเดินฝ่าสายฝนเข้ามา สายตาทอดมองกระดาษสาสน์แผ่นนั้น ชายกระโปรงขาวสะอาดเวลานี้เปื้อนไปด้วยโคลนที่กระเซ็นเปรอะเพราะน้ำฝน ร่างระหงยอบกายลงเชื่องช้า หยิบกระดาษแผ่นสีทองขึ้นมา นัยน์ตาสีอความารีนทอดมองข้อความในสาสน์แผ่นสีทอง
“เซเฟย์...”
เอ่ยวาจากระแสเสียงแผ่วเบา หากความกังวลกลับเร้นไว้มิมิดในความอ่อนโยนของน้ำเสียง
เด็กหนุ่ม... เจ้าของเรือนผมสีเงินเหลื่อมประกายอเมทิสต์ กว่านับชั่วโมงที่ยืนนิ่งดุจรูปปั้นท่ามกลางสายฝนกลับค่อยขยับกายเมื่อได้ยินเสียงเรียกนามของตน นัยน์ตาสีม่วงเข้มละจากฟากฟ้า หันมาสบต่อดวงตาสีฟ้าครามของสตรีเบื้องหน้า
“เซล่าอามิเรส...” เอ่ยนามหญิงสาวแผ่วเบา ขณะที่ร่างระหงค่อยเดินตรงมายังเขา
“มีข่าวส่งมาจากซานมาเรียสต้าที่วิเลียส” หญิงสาวเอ่ย ดวงหน้านิ่งสงบผิดประกายร้อนรนในดวงตา
“เมื่อวานเซบัสสองคนถูกทำร้าย”
“เซล่าอามิเรส?” เซเฟียลิสต์ขมวดคิ้ว ดวงตายังจับนิ่งที่หญิงสาว
“เมื่อเช้าอีกหนึ่งคน” นัยน์ตาสีอความารีนประกายแววเคร่งเครียด ครุ่นคิด
“ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ เบื้องหน้าซานมาเรียสต้าแท้ๆ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ใครกันที่กล้านักกระทำกับเซบัส”
เด็กหนุ่มไม่กล่าวต่อคำพูดใด ในสมองของเขาเวลานี้ทบทวนอยู่ในวาจาของหญิงสาว
เซบัสถูกทำร้าย... เป็นไปได้อย่างไร วิวาทระหว่างเซบัสด้วยกัน? ตลกสิ เซบัสเนี่ยนะวิวาท
เซบัส... นักบวชที่เคร่งศาสนา นับถือในคำสอนขององค์ราซารีนออกปานนั้น จะวิวาท อาฆาต
โกรธแค้น มิมีทางเป็นไปได้
เซบัส... สายเลือดนักบวชที่ได้รับประทานพรจากองค์พระเป็นเจ้า เซบัส นักบวชผู้มีพลัง
อันศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์... ต่างทั้งนับถือ ต่างทั้งหวาดเกรงในอำนาจศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นแล้วจะมีมนุษย์ใดในจักรวาลแห่งนี้ที่อาจหาญกล้าทำร้ายเซบัส หากมิใช่...
“เหตุมาเกิดเอาตอนที่ข้าไม่ได้อยู่ที่วิเลียส ไม่อย่างนั้นคงทำอะไรได้บ้าง” เซล่าอามิเรสเอ่ย กระแสเสียงสั่นเครือ
“ท่านจะทำอะไรล่ะ” เด็กหนุ่มสวนคำถามทันควัน ใบหน้าคมคายสนิทนิ่ง
“เซเฟย์...?” ผู้นำศาสนาแห่งวิเลียสขมวดคิ้ว
“ท่านเป็นนักบวชนะ เซล่าอามิเรส” เซเฟียลิสต์กล่าวต่อหญิงสาว
“เป็นนักบวช เป็นเซบัส ทั้งยังเป็นเซล่า คือผู้นำศาสนาของวิเลียส
แล้วเซล่าอย่างท่าน หากทำได้ ท่านจะทำอะไรล่ะ”
ทำอะไร... คำตอบของคำถามผู้นำศาสนาแห่งวิเลียสรู้เสียยิ่งกว่ารู้ ในวิถีนักบวช ภายใต้คำสอนของพระเป็นเจ้าองค์ราซารีน เมตตา และ อภัย คือคำตอบของทุกสิ่ง ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าผู้ที่คิดปองร้ายเซบัสคือใคร แล้วเธอจะทำอะไรได้ จะตอบโต้คนผู้นั้นได้ด้วยอย่างไร ในเมื่อเธอคือ... เซล่าอามิเรส ผู้นำศาสนาแห่งดวงดาววิเลียส
หญิงสาวปรายสายตาลงอ่านข้อความในสาสน์แผ่นสีทองนั้นอีกครั้ง ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย หยาดน้ำใสที่ไหลรินอาบดวงหน้า ดูมิรู้ว่าคือหยดน้ำตาหรือสายพิรุณ
“เซเฟย์ ลูกจะ...”
“ผมไม่มีทางเลือก”
ไม่ต้องรอให้หญิงสาวกล่าวถามได้จบเด็กหนุ่มก็แทรกคำตอบขึ้นมา ข้อความในสาสน์... เขารู้ดีถึงสิ่งที่เซล่าอามิเรสต้องการจะถาม
“แต่ลูกประสงค์เป็นนักบวช” หญิงสาวพยายามแย้ง
“หากเป็นได้ผมจะเป็น!!” เสียงทุ้มต่ำขึ้นดังลั่นเสียง
ที่ตวาดมิใช่หญิงสาว หากคือตัวเขาเองต่างหากที่น่าสมเพชนัก ทั้งที่คือชีวิตของตัวเอง ทั้งที่คือความหวัง คือใฝ่ฝันที่ปรารถนามานับแต่เล็ก อยากจะเป็นนักบวช อยากจะเป็นให้ได้เช่นบิดา ทว่า...
ชะตากรรมอะไรกัน วิถีชีวิตที่ไม่อาจก้าวไปได้ดังใจต้องการ หากผู้ที่ลิขิตดวงชะตาโง่ๆ แบบนี้คือพระเป็นเจ้าจริง พระเป็นเจ้าที่เล่นตลกกับชีวิตคนแบบนี้ มันควรแล้วหรือที่จะได้รับความนับถือจากมนุษย์ ไม่มีวัน เขาจะไม่มีวันยอมให้มันเป็นแบบนี้ไปจนชั่วชีวิตหรอก ชีวิตของตัวเอง ทางเดินของตัวเอง เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ จะต้องลิขิตเส้นทางชีวิตของตัวเองด้วยตนเองให้จงได้
“ผม...เพิ่งกลับมาจากพระราชวังวิเลียส” เซเฟียลิสต์พยายามจะเอ่ยกล่าว ข่มกระแสของน้ำเสียงให้สนิทนิ่งมิสั่นไหว
“เซเฟย์!!” หญิงสาวอุทานขึ้นทันใด
ไปที่วิเลียส... ด้วยตัวคนเดียว? เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ ไปเผชิญหน้ากับจักรพรรดิฮาเมสด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร!!??
“ไปเพื่อปฏิเสธสาสน์แผ่นนั้น” เด็กหนุ่มเอ่ยต่อ มิสนใจอาการตระหนกของดวงหน้างามละมุน
ได้ยินดังนั้นเซล่าอามิเรสจึงก้มลงมองสาสน์สีทองในมือตนอีกครั้ง ข้อความในสาสน์จารึกด้วยลายพระหัตถ์แห่งองค์จักรพรรดิ ใจความระบุตัว เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ ให้เข้าเรียนในโรงเรียนการทหารของจักรวรรดิ และคำสั่ง... เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ จะต้องเป็นทหารในปกครองแห่งองค์จักรพรรดิ!!
ทำได้อย่างไร...? จักรพรรดิฮาเมสทำเช่นนี้ได้อย่างไร ออกคำสั่งกับเซบัส
ออกคำสั่งกับเซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ ผู้เป็นเซบัส... เป็นราชบุตรแห่งเซล่า ทำเช่นนี้ได้อย่างไร!!
แต่ไหนแต่ไรในจักรวรรดิสุริยะเวียร์ร่า นับแต่อดีตกาลยาวนานกว่าสองพันปี ศาสนาและการปกครองกำหนดให้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง ผู้ที่จะเป็นนักบวชได้มีเพียงเซบัส มนุษย์ผู้มีพลังศักดิสิทธิ์อันได้รับประทานพรจากพระเป็นเจ้าองค์ราซารีนแต่เพียงเท่านั้น และผู้ซึ่งจะปกครองเหล่าเซบัสได้มีเพียงเซล่า ผู้นำศาสนาของแต่ละดวงดาว เหนือยิ่งกว่าเซล่า มิใช่จักรพรรดิ หากคือพระเป็นเจ้าองค์ราซารีน มนุษย์...
แม้เป็นจักรพรรดิก็ไม่มีสิทธิข้องเกี่ยวด้วยอำนาจใดต่อเหล่าเซบัสทั้งสิ้น ฐานันดรศักดิ์ของเซล่า ผู้นำศาสนาในแต่ละดวงดาว สูงศักดิ์อาจยิ่งกว่าตำแหน่งจักรพรรดิเสียด้วยซ้ำ แล้วทำไม... จักรพรรดิฮาเมสใช้อำนาจใดมาออกคำสั่งเช่นนี้ต่อ เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ ผู้เป็นราชบุตร ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของเซล่าแห่งวิเลียสและเวกส์เช่นนี้
“ลูกไม่จำเป็นต้องทำตาม” เซล่าอามิเรสเอ่ย
หากราชบุตรผู้นี้จะต้องทำตามคำสั่งใครแล้วล่ะก็ ผู้นั้นควรที่จะเป็นเซล่ามิใช่หรือ
“ใช่... ผมไม่จำเป็นต้องทำตาม”
คิดว่าเด็กหนุ่มจะตอบกลับมาด้วยกระแสเสียงกราดเกรี้ยว แต่เซเฟียลิสต์กลับควบคุมอารมณ์ของตนได้สงบนิ่งยิ่งนัก
“ท่านก็รู้” เจ้าของเรือนผมสีเงินกล่าว
“ก่อนหน้านี้ฮาเมสออกคำสั่งให้ส่งตัวเฟย์นีย์เข้าวัง”
“นั่นข้าปฏิเสธ แต่...” เซล่าอามิเรสแทรกขึ้น หากแล้วน้ำเสียงกลับสลดลงในท้ายประโยค
“จักรพรรดิบอกว่าผู้ควรร่วมมีสิทธิ์ในการตัดสินใจครั้งนี้คือลูกที่เป็นพี่ชาย”
“แน่ล่ะว่าผมต้องปฏิเสธ” เซเฟียลิสต์เอ่ย
“ส่งตัวเซเฟย์นีย์เข้าวัง... งี่เง่า ถ้าน้องต้องการผมจะไม่ว่า
แต่เฟย์นีย์ไม่วันปรารถนาอย่างนั้นท่านก็รู้ น้องเพิ่งอายุแค่สิบสอง
มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง ไอ้หัวงูนั่น!” น้ำเสียงนิ่งสงบเริ่มแสดงความไม่พึงใจชัดเจน
“ก็ควรเป็นเช่นนั้น ทั้งข้าและเซล่ายูบรีน่าก็ปฏิเสธ” เอ่ยถึงผู้นำศาสนาแห่งดาวเวกส์ บิดาบุตรธรรมของเซเฟียลิสต์
“ฮาเมสจึงได้ยื่นเงื่อนไข” พยายามกล่าวต่อด้วยกระแสเสียงนิ่งสงบอีกครั้ง
“เงื่อนไข?” เซล่าอามิเรสทวนคำ นัยน์ตาสีฟ้าครามฉายแววประหลาดใจ
ปฏิเสธ... ทั้งที่มีสิทธิ์เช่นนั้น แต่ทำไมจึงยังต้องยื่นเงื่อนไข ทั้งยัง...
ไม่บอกกับเธอผู้ซึ่งเป็นแม่บุญธรรม ไม่บอกกับเซล่ายูบรีน่าผู้เป็นพ่อบุญธรรม แต่เงื่อนไข กลับยื่นให้แก่เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ คือเงื่อนไขใดกันที่จักรพรรดิฮาเมสประสงค์
“เงื่อนไข... ตามข้อความทุกอย่างในสาสน์ที่ท่านถืออยู่” เด็กหนุ่มตอบ น้ำเสียงสนิทนิ่ง
เซล่าอามิเรสฟังคำตอบ นัยน์ตาดุจพลอยอความารีนก้มลงอ่านข้อความในสาสน์อีกครั้ง ทั้งที่รู้ดีว่าลายพระหัตถ์แห่งองค์จักรพรรดิจารึกข้อความใดไว้บ้างในกระดาษสาสน์แผ่นสีทอง...
“ไม่จำเป็น!!” หญิงสาวขึ้นเสียงดัง มือเรียวฉีกขยี้กระดาษสีทองแผ่นนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี
“ไม่ใช่เรื่องเลย ทำไมเจ้าต้องทำตาม!! จักรพรรดิฮาเมสไม่มีสิทธิ์...!!”
“แล้วท่านคิดว่าใครล่ะที่มันกล้าทำร้ายเซบัส!!” เด็กหนุ่มกลับขึ้นเสียงดังอย่างลืมตัว
“ท่านก็รู้ดีอยู่ไม่ใช่เหรอ เซล่าอามิเรส ที่มาบอกผมเพราะรู้ดีอยู่ไม่ใช่หรือไง!!”
“เซเฟย์!!??”
“มนุษย์? คนธรรมดา? มันเป็นไปได้หรือไง ทำร้ายเซบัสค่าความผิดบาปเทียบเท่าการประสงค์ร้ายต่อพระเป็นเจ้าราซารีน
ทั้งเซบัสยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์ แม้จะไม่เคยใช้ทำร้ายใครก็เถอะ แต่มนุษย์ต่างเกรงในพลังของเซบัส ท่านคิดว่ายังจะมีไอ้หน้าไหนอีกที่มันกล้าทำร้ายเซบัสได้ ถ้าไม่ใช่ไอ้คนที่มันกล้าฆ่าพ่อแม่ของผม”
“นั่นอาจบังเอิญ...!”
“ฮาเมสบอกกับผมเอง!!” เด็กหนุ่มแทรกทันควัน
“เซเฟย์!!??”
“‘เจ้าสามารถปฏิเสธข้าได้ในทุกสิ่งที่ข้าปรารถนา แต่จงรู้ไว้เถอะ เซเฟียลิสต์ ซาร์วีโอลาร์ เจ้าไม่สามารถที่จะหยุดสงครามระหว่างเซบัสและจักรวรรดิได้ หากนั่น... คือสิ่งที่ข้าปรารถนาจะให้มันเกิดขึ้น’ ฮาเมสบอกกับผมอย่างนั้น”
+++++++++++++++++++++++++++++
....................................................................................Comment

