มิติวิญญาณ

posted on 31 May 2009 17:49 by alkazia in ShortStory

 

ลิงก์ตอน 2 รื้อชั้นหนังสือเอานะคะ

Note: เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น คิดว่าโพสต์อย่างมากก็น่าจะจบได้ภายใน 3 ตอน ไม่น่าเกินนั้น เป็นเรื่องเก่า เขียนไว้นานแล้ว ประเด็นมาจากประสบการณ์ตัวเองนี้แหล่ะ เลยตัวเองเป็นตัวเอกไปซะ (กล้าดีม๊า 5555) ตีพิมพ์ครั้งแรกในรวมเล่มหนังสือประสบการณ์ผี 'สยองขนตั้ง' ปี 2546 พอดีรื้อ File ไปมาแล้วเกิดมาเจอเข้า เลยเอามาให้อ่านกันเล่นๆ ค่ะ ไม่มีความน่ากลัว(มั้ง)ตามเคย สงสัยเราจะไม่มีพรสวรรค์ในการเขียนเรื่องผีแฮะ

 

มิติวิญญาณ 3 [END] 


เวลานี้… เรายืนอยู่ยังสถานที่ในฝันของตนเอง…


ในซากโบราณสถานอันเก่าแก่ ไม่ได้มีเพียงเราที่ยืนอยู่ ณ แห่งนั้น
รอบกายยังคนอีกมากมาย ทุกคนแต่งกายสมัยปกติเหมือนกับเรา
เป็นคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเรา แต่เหมือนกับในความรู้สึกเราคิดว่า
เค้าอายุอ่อนกว่าเราอย่างไรไม่รู้ น่าแปลกตรงที่ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิง
ทั้งหมดทั้งสิ้น


ไม่ใช่เพียงแค่ผู้หญิงเหล่านี้เท่านั้น เรายังรู้สึกเหมือนรอบข้างเรามีอณูของวิญญาณอื่น
อยู่อีกมากมาย เค้าไม่ได้ปรากฏกายแต่เรามองเห็น แต่จะให้เรียกว่ามองเห็นก็ยังไม่ได้อีก
เพราะมันเหมือนกับว่าเรารู้เห็นอยู่ในจิตว่าพวกเธอเป็นอย่างไร มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
แต่งตัวแบบไหน แต่เราไม่ได้เห็นพวกเธอด้วยตาเนื้อเหมือนกับที่เราเห็นผู้หญิงพวกนั้น

อณูของวิญญาณ หรือบางสิ่งอาจเป็นจิตวิญญาณชั้นสูงที่เรามองเห็น ทุกตนก็ล้วนแต่เป็น
ผู้หญิงทั้งสิ้น เรารู้ว่าเจ้าของโบราณสถานแห่งนี้ซึ่งเป็นจิตวิญญาณชั้นสูงที่เรามองเห็น
เธอเป็นเจ้าแม่หรืออะไรสักอย่างหนึ่งที่มีบริวารมากมายคอยตาม เธอไม่ได้พยายามจะคุยกับ
เราแล้วก็เราก็ไม่ได้พยายามจะคุยกับเธอ แน่นอนที่สุด สิ่งเดียวที่เราคิดจะทำในเวลานี้ก็คือหา
ทางออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร…

เราพยายามเดินหาทางออกจนวนรอบซากโบราณสถานรอบแล้วรอบเล่า แต่เราก็หาทางออก
ไม่เจอ แม้แต่จะกลับไปในทางเดิมที่เราเข้ามาที่นี่นั้นก็ไม่มีทางออก เหมือนกับว่าทั้งเมืองมีแต่
โบราณสถานแห่งนี้เท่านั้น

เราเดินไปถามเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่เดินไปมาอยู่ส่วนในของโบราณสถานว่าเราจะสามารถ
ออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร ทุกคนได้แต่ยิ้ม ไม่มีใครให้คำตอบกับเราได้เลย ไม่สิ… เหมือนกับว่า
เค้าไม่ยอมตอบต่างหาก ผู้หญิงพวกนี้แปลกมาก แม้แต่จะพูดคุยกันเองพวกเธอยังไม่ทำเสียด้วยซ้ำ

เราเริ่มท้อที่จะคะยั้นคะยอเอาคำตอบจากพวกเธอทั้งที่ไร้ประโยชน์ เราจึงเริ่มตั้งต้นใหม่จาก…
ที่นี่คือที่ไหน เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ซึ่งเราก็รู้สึกว่าเหมือนกับใครสักคนต้องการให้เรามาที่นี่
และเรา… จะไม่ได้กลับออกไปตราบใดที่จุดประสงค์ในการที่เรามาที่นี่ของอะไรสักอย่างที่ดึง
เราเข้ามานั้นยังไม่ลุล่วง

เรายังไม่อาจรู้ได้ว่าเรามาทำอะไร และมาทำไม แต่อย่างน้อยเราก็รับรู้ได้ว่าที่นี่เพียง
‘มายา’ ณ ที่แห่งนี้ โบราณสถานแห่งนี้ มิได้อยู่ในที่ที่เราอยู่ มันไม่มีมาตั้งแต่ต้น

เมื่อพิจารณาได้อย่างนี้เราจึงหาทางกลับพบ มันมีไม่อะไรมากมายเลยนอกเสียจากสมาธิ…
ตั้งสมาธิให้ดี ทำจิตให้สงบ แล้วดันตัวเองออกมาจากมายาที่เราติดอยู่ เพียงแค่นี้เราก็คงจะ
กลับบ้าน… กลับไปยังโลกของเราได้

เราเริ่มต้นสงบจิตเพื่อนำตัวเราออกจากสถานที่แห่งนี้ ทว่า…

ชั่วขณะเวลาที่เราหลับตา เรากลับรู้สึกว่าเหมือนมีตัวเราอีกคนที่อยู่ข้างในตัวเราปรากฏขึ้นมา
เค้าบอกให้เราทำอะไรสักอย่าง แล้วเราก็ทำ…

มันไม่มีอะไรเลย เราแค่ร้องเพลงเท่านั้น…

หากเพลงที่เราร้องไม่ใช่เพลงทั่วไป แต่เป็นบทสวดหนึ่งในคัมภีร์ฤคเวทยุคเก่าที่ไม่ได้
ตกทอดสืบมาในปัจจุบัน

เราสวดเพลงบทนั้นอยู่นาน แต่ในความรู้สึกกลับเหมือนเวลาเพิ่งผ่านไปแค่ชั่วนาที

จนกระทั่งเพลงสวดของเราจบลง… ผู้หญิงที่อยู่ในที่นั้นรวมทั้งเจ้าแม่ที่เป็นเจ้าของสถานที่
ต่างพากันขอบคุณเรา แต่เราไม่ได้กล่าวอะไรกับเค้าเลย เราแค่เดินออกมาเรื่อยๆ ในความรู้สึก
ของพวกเค้าอาจจะขอบคุณเราอย่างมากมาย แต่เรากลับรู้สึกเหมือนค้นพบในสิ่งมหัศจรรย์

ใช่แล้ว… นี่คือหน้าที่ของเรา ถ้ามีสถานที่ใดสถานที่หนึ่งที่เราต้องไป นี่คือสถานที่แห่งนั้น
พวกเค้ารอเรามานาน นานมาก รอเพียงแค่วันนี้ที่เราจะมาที่นี่ เพื่อที่ปลดปล่อยพวกเค้าจาก
สถานที่อันควรร้างลาไปตามกาลเวลา

บัดนี้…หน้าที่ของเราจบลงแล้ว เราเดินออกมาเรื่อยจากในโบราณสถานอันกว้างใหญ่
จากที่เราไม่อาจหาทางออกได้นั้น กลับมีทางออกสำหรับเราจะก้าวเดินออกไป

เราเดินออกมาจากโบราณสถานแห่งนั้นโดยมีได้เหลียวหลังกลับไปมองมันเลยแม้เพียงครั้ง
แน่นอนว่าภาพที่เราจะพบเมื่อหันหลังกลับไป จะมีเพียงความว่างเปล่า…

ท้องถนนวันนี้เต็มไปด้วยรถราดังเช่นเคย ผู้คนจ๊อกแจ๊กจอแจที่สองข้างทาง เราเดินผ่านตลาด
แม่ค้าพ่อค้ากำลังขายของใบหน้ายิ้มแย้ม เราเดินไปหาแม่ค้าคนหนึ่งในตลาดแล้วถามเค้าว่า
กี่โมงแล้ว แม่ค้าตอบเรามาว่า เก้าโมง

ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงของเช้าวันหนึ่ง น่าแปลกที่เช้าวันนี้คือเช้าวันเดียวกับเช้าวันวาน
วันวานที่เราได้พบเจอแต่ปริศนาอันชวนพิศวง วันวานนั้นคือวันเดียวกันกับวันนี้  ทว่า…

ในเมื่อวันนี้ก็คือวันนี้ แล้ววันวานที่เป็นวันเดียวกับวันนี้เล่าคืออะไร วันไหนคือวันวานและวันไหน
คือวันนี้ที่แท้จริง และสิ่งที่เราได้พบเล่าคือสิ่งใด คือวันนี้ในโลกหนึ่งที่ต่างมิติออกไป หรือคือ
อดีตกาลที่ผ่านมานานแสนของวันนี้  หรือคือวันนี้และวันวานที่เดินทางขนานกันมาในคู่ของกาลเวลา…

ในเมื่อวันนี้… คือบ้านของเรา คือโลกของเรา แล้ววันนี้ของวันวานที่เรา
ได้พบเล่าคือสิ่งใด…
?

 

-Fin- 

 

 


................................................................................................... Comment

 

 

Comment

Comment:

Tweet