คฤหาสน์วิญญาณหลอน[9]

posted on 30 May 2009 15:13 by alkazia  in GhostHouse

ลิงก์ตอนที่ 8 รื้อชั้นหนังสือเลยค่ะ

 

คฤหาสน์วิญญาณหลอน
บทที่ 3 ฉาก 2 ตอน 2

 


บ้านหลังนี้อับทึบ อึมครึม บรรยากาศวังเวงน่ากลัวจริงๆ ยิ่งกาลราตรียามนี้สิ้นแสงข้างนอกยิ่งมืดทืบ หน้าต่างที่เปิดกว้างไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันมองเลยออกไปเห็นได้แต่พุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ราวกับ
เป็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้กลางป่า เมธีเริ่มลดกล้องถ่ายรูปในมือของตนลงเมื่อรู้สึกได้ว่าบรรยากาศ
ไม่ชวนให้ควรปิคนิคถ่ายรูปเอาเสียเลย โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถพิเศษอย่างเขาด้วยแล้ว กับบรรยากาศเท่าที่รู้สึกได้ของบ้านหลังนี้


เมธีพนันได้เลยว่าไม่ว่าจะกดชัตเตอร์ไปทางใด แทนที่จะได้บรรยากาศความเก่าคร่าของตัวบ้าน เขาคงจะได้ชัตเตอร์กดติดวิญญาณมาเก็บไว้เป็นโหลในคอเลคชั่นอย่างแน่นอน
ร่างกำยำขยับเข้าไปใกล้ๆ เพื่อน หวังว่าเจ้าบ้านน่าจะเป็นที่พึ่งช่วยเหลือผู้มาเยือนอย่างเขาได้บ้าง บางทีเมธีอาจจะลืมไปแล้วว่าจุดประสงค์ที่ตัวเองมาค้างที่นี่คืนนี้ก็เพื่อจะมาอยู่เป็นเพื่อนรัตนะที่พ่อกับ
แม่ไม่อยู่บ้าน มิใช่ว่าให้รัตนะต้องมาอยู่เป็นเพื่อนเขาให้บ้านที่บรรยากาศวังเวงยิ่งกว่าบ้านร้างหลังนี้

ทั้งสองคนเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ เจ้าบ้านยังรู้สึกหนักไหล่เพราะเด็กหญิงชุดขาวยังขี่หลังแถมกอดรอบคอเขาเอาไว้แน่น ผ่านชั้นสองของตัวบ้านทางเดินมืดทึบยิ่งกว่าเดิม สิ่งที่เมธีเห็นเหมือนหมอกควันเป็นไอสีขาวยิ่งเพิ่มทวีจนเขารู้สึกพร่าตา รัตนะเองใช่จะไม่รู้สึกถึงสิ่งนั้น หากที่เขาเห็นและรู้สึกมันชัดเจนมากยิ่งกว่าควันไออย่างที่เมธีเห็นหลายเท่านัก เจ้าบ้านคิดจะพาเพื่อนเลยไปยังชั้นสามถึงห้องนอนของตนในคราเดียว หากอยู่ๆ ลูลู่ก็เอ่ยขัดขึ้นมา

“กลัวจนไม่ยอมแวะเลยหรือไง” เด็กหญิงที่ขี่หลังอยู่แกล้งพูดประชดใส่ ข้างหู ร่างสูงหยุดยืนทันควัน

“อะไรของมึงวะ” เมธีหันมาถามเพื่อนที่อยู่ๆ ก็หยุดเท้ายืนนิ่ง
รัตนะขยับริมฝีปากจะตอบ หากก่อนที่เขาจะทันได้เปล่งเสียง

“เปล่า” ลูลู่แทรก ระคนเสียงหัวเราะคิกในลำคอ
“ขี้ขลาดอย่างนายก็พูดเป็นแต่คำนี้”

“ฉันไม่ได้...!” เด็กหนุ่มขึ้นเสียง แต่ก่อนพูดได้จบเด็กหญิงก็แทรกขึ้นมาอีก

“ขี้ขลาดสิ นายได้แต่หนีความจริง แกล้งทำเป็นไม่เห็นเพราะกลัวอีกฝ่ายจะตาม แกล้งทำเป็นไม่เห็นเพราะกลัวผีจะสิง จะบอกอะไรให้นะ แก๊กที่นายใช้อยู่มันไม่ได้
ผลกับในบ้านหลังนี้หรอกย่ะ”

“ฉันทำได้แค่นี้หรอก กับบ้านที่มีผีอย่างเธอสวนสนามอยู่เต็มไปหมดอย่างนี้ ฉันจะมีปัญญาต่อกรอะไรกับพวกเธอได้” รัตนะหาช่องเถียงกับผีได้ในที่สุด

บรรยายกาศอึมทึมในบ้านหลังนี้ที่เมธีเห็นเป็นเหมือนหมอกควัน ไอสีขาว ทว่า สิ่งที่เจ้าของบ้านมองเห็นนั้นมันมิใช่หมอกหรือไอควันแต่อย่างใด ในดวงตาสีราตรีของรัตนะ เด็กหนุ่มมองเห็นความมืดที่ยิ่งกว่าความมืดมิด มิใช่เพียงแค่ภูต ผี วิญญาณ ที่ปรากฏแทรกซึมอยู่มากมายเสียยิ่งกว่าอากาศธาตุในบ้านหลังนี้ หากภูต ผี วิญญาณเหล่านั้น มันดูแทบจะเรียกได้ว่า ‘ปิศาจ’

ถึงจะมองเห็นภูต ผี วิญญาณมาตั้งแต่เกิดก็เถอะ แต่กับปิศาจที่อยู่มากมายยิ่งกว่า
อากาศธาตุในบ้านหลังนี้ เด็ก ม.ปลาย อายุ 17 อย่างเขาจะไปมีปัญญาทำอะไรได้

“ฉันไม่ใช่ผี! อย่าเอาฉันไปรวมกับพวกชั้นต่ำนั่นนะ!” เด็กหญิงชุดสีขาวขึ้นเสียง
ชั่วจังหวะที่อารมณ์ของวิญญาณเกิดปะทุ แจกันดอกไม้ที่วางประดับอยู่ตรงหัวบันไดก็สั่นไหวโครงเครง

เมธีเมื่อเห็นแจกันดอกไม้สั่นไหวได้ อีกทั้งเพื่อนก็กำลังโต้เถียงอยู่กับใครสักคนที่เขามองไม่เห็นตัว อาการอย่างนี้... แถมยังเป็นในบ้านผีสิงหลังนี้ ร่างกำยำรีบหันรีหันขวาง พยายามยกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์ เผื่อจะเจอวิญญาณที่เพื่อนกำลังตีปากด้วย

“ที่ฉันมองเห็นเธอได้มันก็ชัดแล้วว่าเธอเป็นผี” รัตนะเถียงเสียงแข็ง ไม่สนอาการตกอกตกใจของเมธี

“เฮ้ย! มึงทะเลาะกับผีอยู่เหรอวะ” พยายามถามเพื่อนทั้งที่รู้อยู่ว่าตอนของขึ้นอย่างนี้รัตนะคงไม่สนใจตอบคำถามของเขา

“ไม่ใช่ผีย่ะ! ผีที่ไหนจะหน้าตาน่ารักอย่างนี้” เด็กหญิงเถียง วงแขนเล็กๆ เจตนากอดรัดคอเด็กหนุ่มให้แน่นยิ่งขึ้น

“อย่างเธอไม่เรียกว่าผีแล้วจะเรียกว่าอะไร แถมยังบีบคอคนอื่นซะแน่นอีก” มือใหญ่พยายามจับดึงแขนเล็กๆ ออกจากรอบคอ แรงรัดของยัยผีเด็กผู้หญิงคนนี้กำลังจะทำให้เขาหายใจไม่ออก

“เฮ้ย! มึงโดนผีบีบคออยู่เหรอวะ!” เมธีหน้าตาตื่น รีบกดชัตเตอร์ถ่ายรูปรัตนะ ความจริง
อยากจะช่วยเพื่อนบู๊ด้วย แต่ไอ้นะดันทะเลาะกับตัวอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็น แล้วอย่างนี้เขาจะช่วยได้ยังไงล่ะเนี่ย

“ไม่ได้บีบคอสักหน่อย! แล้วฉันก็เป็นวิญญาณ ไม่ใช่ผี!” ลูลู่โต้เถียงยืนกราน ยิ่งเพิ่มแรงรัดคอจนรัตนะหน้ามืดเข้าจริงๆ เสียแล้ว

แสงแฟลชสว่างวาบ พร้อมกัน ประโยคต่อเถียงของรัตนะกับบางสิ่งที่เมธีมองไม่เห็นก็กลับเงียบลง ร่างกำยำขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อน

รัตนะอยู่ๆ ก็หยุดยืนนิ่ง จากอาการที่เมื่อครู่ยังโวยวายทะเลาะกับผีเสียงลั่น แต่แล้วก็กลับ
เงียบกริบจนน่าแปลก ทั้งยังไม่ยอมตอบคำถามที่เมธีถามไปว่าถูกผีบีบคออยู่หรือเปล่าด้วย

อาการนั้นผิดปกติ เพื่อน... เงียบกริบจนเกินไป

เมธีตัดสินใจยกกล้องขึ้นมองจอ LCD อย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะได้เห็นในสิ่งอันไม่ควรค่าแก่การมองเห็น ภาพของเพื่อนที่ถ่ายออกมาไม่ผีลูลู่ เด็กผู้หญิงคนที่เขาถ่ายติดตรงเชิงบันได ทว่า

ฉากทางเดินทอดลึกไปด้านหลัง ประตูห้องเรียงรายปิดมิด ทางเดินว่างเปล่า หากภาพที่เมธีถ่ายกลับปรากฏสิ่งน่ากลัวมากมาย...

ผี... จะบอกว่าอย่างนั้นคงเป็นการดูถูกสิ่งไม่มีชีวิตที่ปรากฏอยู่ในภาพๆ นี้จนเกินไป

เจ้าของกล้องถ่ายรูปไม่คิดว่านั่นคือนิยามที่ครอบคลุม เพราะสิ่งน่ากลัวเหล่านั้น...

มันมีมากมายเหลือเกิน ทั้งรูปร่างเหมือนคน ผู้หญิง ผู้ชาย ทั้งรูปร่างอัปลักษณ์น่าเกลียด
บ้างสูงโย่งจรดเพดาน บ้างเตี้ยสั้นมีขาเดียว บ้างผมเผ้ากระเซิง ดวงตาโปนถลน
ลิ้นใหญ่แลบยาวจรดพื้น บางตัวมีเพียงหัวใหญ่ยักษ์ลอยอยู่ มีเพียงเส้นผมและไส้ยาวเฟื้อย
หลายตัว ดวงตาแดงฉานกระหายเลือด สิ่งเหล่านั้น...

“ปิศาจที่รวมกันอยู่ในบ้านนี้ไง” ‘รัตนะ’ เอ่ย

เมธีสะดุ้งเฮือก จับสายตายังเพื่อนร่างสูงเพรียวทันควัน
คือคำพูดของรัตนะ เมื่อครู่นี้คือวาจาที่รัตนะเอ่ยกล่าวออกมาอย่างแน่นอน ทว่า
เสียงที่กล่าวออกมานั้น...

รัตนะขยับริมปีปากเอื้อนเอ่ยวาจา หาก เสียง ที่ลอดผ่านลำคอของเด็กหนุ่มคนนั้น
กลับเป็นเสียงเล็กๆ เจื้อยแจ้ว มิว่าจะฟังอย่างไรก็คือเสียงของ เด็กผู้หญิง

“คมเรียกฉันว่าลูลู่”

‘รัตนะ’ บอกกับเพื่อน และโดยไม่สนใจเมธีที่กำลังยืนตะลึงอ้าปากเหวอ ร่างสูงเพรียวหันหลังขวับ เปลี่ยนจุดหมายจากการเดินขึ้นชั้นสามไปยังระเบียงทอดยาว ระเบียง... ที่ปรากฏปิศาจมากมายในภาพถ่ายของเมธี

เด็กหนุ่มผิวคล้ำขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังของเพื่อนขณะพยายามปะติดปะต่อ
ความงงงวยในหัวของตนให้เป็นเรื่องเป็นราว

“ชื่อลูลู่ เห็นว่าอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่สมัยปู่บ้านั่นแล้ว”
ตอนที่เขาถ่ายรูปติดผีเด็กผู้หญิงตรงบันไดชั้น 1 รู้สึกรัตนะจะพูดออกมาอย่างนั้น

แล้วเมื่อกี้... ก่อนที่ไอ้นะจะนิ่งเงียบแล้วคาแร็กเตอร์เปลี่ยนไปนั่น รู้สึกว่ามันจะทะเลาะกับผีอยู่ หรือจะเป็นผีเด็กผู้หญิงชื่อลูลู่ตัวที่มันว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น... การที่เพื่อนของเขาคาแร็กเตอร์เปลี่ยนแถมเสียงยังเปลี่ยนเป็นกุ๊กกิ๊กเด็กผู้หญิงอย่างนี้ก็แปลว่า...!

“ธ... เธอสิงไอ้นะ!?” เมธีกระโดดลงบันไดพรวดวิ่งมาคว้าแขนร่างสูงเพรียวทันใด

“ฉันไม่สิงลึกถึงสติจนเจ้าหมอนี่ไม่รู้สึกตัวหรอกน่า” ลูลู่ในร่างเด็กหนุ่มสะบัดแขนออก

ร่างสูงเพรียวก้าวเดินต่อไปตามทางทอดยาว จุดหมายของลูลู่คือสุดระเบียงทางเดินห้องนั้น
เด็กหนุ่มผิวคล้ำพยายามเดินตามเพื่อน... ตามวิญญาณของเด็กหญิงในร่างเพื่อนของตนไปติดๆ ไอหมอกควันมิเพียงไม่จางหาย หากกลับหนาพร่าตามากขึ้นเหลือเกิน เขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศอึดอัดที่อุบัติตลอดทางเดินของระเบียงทอดยาว ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ไอควันยิ่งหนาทึบ เด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกอึดอัด หายใจติดขัดมากขึ้นทุกที

 



 

......................._______________________________________________comment

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แวะกลับมาอ่านใหม่....

กลัวเหมือนเดิม....

(ว่าแต่เรามาทำอะไรตอนตีสาม??)

#1 By Rand Kung on 2009-10-15 03:45